QUICK เตรียมขาย IPO 32 ล้านหุ้น หลัง ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง

Quick Transformation (ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น) ผู้ให้บริการ Digital Transformation เตรียมเสนอขาย IPO พร้อมเผยรายได้ปี 2568 เติบโต 25.2%
QUICK IPO Preparation
Table of Content

บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) เตรียมเสนอขาย IPO 32 ล้านหุ้น หลัง ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง เพื่อระดมทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมดิจิทัลมีแนวโน้มตอบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง QUICK ดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมตั้งแต่ระบบ ERP บน Microsoft ไปจนถึงการสร้าง Digital Ecosystem ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับบริหาร

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า QUICK ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 20 ปี โดยเฉพาะด้านระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) พร้อมนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการให้กับองค์กรทุกขนาด เช่นเดียวกับที่สะท้อนผ่านชื่อ “QUICK” ที่ให้ความสำคัญกับเวลา ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

การเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 32,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน โดยมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ภายในปี 2569 โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ ดังนี้

  • การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) 
  • พัฒนาโครงการฝึกอบรมและสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยี (Academy & Talent Pool Program) 
  • ลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment)
  • เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน (Working Capital) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งระบบ ERP แบบครบวงจร โดยเป็นหนึ่งในพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Microsoft Corporation พร้อมได้รับการยอมรับในฐานะ Specialist Partner ด้าน Finance และ Supply Chain รวมถึงได้รับรางวัลจาก Microsoft อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจากความเชี่ยวชาญด้าน ERP ต่อมาได้มีการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลครบวงจร ดังนี้

  • Business Solutions โซลูชันเพื่อการบริหารจัดการองค์กร เช่น Microsoft Dynamics 365 และ Copilot
  • Digital Workplace Solutions เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันในองค์กรยุคดิจิทัล
  • IoT Solutions โซลูชันเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตร เช่น Rockwell, Advantech และ PTC รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง

สำหรับผลประกอบการ QUICK มีรายได้รวม 229.74 ล้านบาทในปี 2566, 240.78 ล้านบาทในปี 2567 และ 301.44 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้น 25.2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 34.49 ล้านบาท เป็น 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วง 2 ปีย้อนหลังประมาณ 23% โดยในปี 2568 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 45.61% และอัตรากำไรสุทธิ 17.24%

นอกจากการเติบโตและรายได้ที่ผ่านมา ทางบริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขาย License และบริการบำรุงรักษาระบบ (MA) คิดเป็นประมาณ 56% ของรายได้รวมในปี 2568  ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสรายได้ในระยะยาว ขณะที่มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (IBD/EBITDA) เพียง 0.25 เท่า สะท้อนถึงระดับภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้างกำไร

ขณะเดียวกัน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ช่วยรองรับการดำเนินงานในระยะถัดไป