ในหลายองค์กรที่ยังใช้งาน Dynamics AX อยู่ ปัญหาที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่เรื่องระบบล่มหรือใช้งานไม่ได้ แต่เป็นข้อจำกัดที่เริ่มส่งผลต่อการทำงานมากขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการดึงข้อมูลที่ใช้เวลานาน การเชื่อมต่อกับระบบใหม่ที่ทำได้ยาก หรือทุกการปรับเปลี่ยนที่ต้องแลกกับความเสี่ยงในการอัปเกรด
ขณะเดียวกันธุรกิจยุคนี้ต้องการข้อมูลใกล้เคียง Real-time ต้องการรายงานที่ตอบคำถามผู้บริหารได้ทันที และต้องการต่อยอดไปสู่ Automation และ AI ระบบ ERP แบบเดิมจึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ แม้ในทางเทคนิคจะยัง “ใช้งานได้อยู่” ก็ตาม
การอัปเกรดจาก AX สู่ Dynamics 365 Finance and Operations จึงไม่ใช่แค่การย้ายแพลตฟอร์ม แต่คือการจัดระเบียบโครงสร้างข้อมูลใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ ERP ทำหน้าที่เป็น Digital Core ที่เชื่อมการเงิน ซัพพลายเชน การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่จุดเปลี่ยนสำคัญของ Dynamics AX เหตุผลที่หลายองค์กรเลือกไม่รอ ไปจนถึง Roadmap การอัปเกรดที่ใช้งานได้จริง เพื่อช่วยให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นมากกว่าการ “เปลี่ยนระบบ” แต่เป็นการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับยุค AI อย่างแท้จริง
วิวัฒนาการของ Dynamics AX สู่ Dynamics 365 Finance and Operations
Dynamics 365 Finance and Operations เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันภายใต้ชุดผลิตภัณฑ์ Dynamics 365 ของ Microsoft ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงการอัปเดตปี 2016 เดิมระบบถูกพัฒนาเพื่อใช้บริหารการเงินและกระบวนการหลักบางส่วนขององค์กร ก่อนจะขยายขีดความสามารถให้รองรับธุรกิจได้หลากหลายขนาดมากขึ้น ตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ในบทบาทของระบบ ERP อย่างเต็มรูปแบบ
เส้นทางการพัฒนาของระบบนี้ไม่ได้เริ่มต้นในชื่อ Dynamics 365 แต่สืบย้อนกลับไปถึงยุค Axapta ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของ ERP สำหรับองค์กรที่มีความซับซ้อน โดยสามารถสรุปไทม์ไลน์การพัฒนาได้ดังนี้
- IBM Axapta (1998)
Axapta คือชื่อดั้งเดิมของระบบ ERP ที่พัฒนาจากความร่วมมือระหว่าง IBM และ Damgaard Data ผู้ก่อตั้งคือพี่น้อง Damgaard ได้แก่ Preben และ Erik โดยเริ่มต้นจากการสร้างซอฟต์แวร์บัญชีดิจิทัลสำหรับเจ้าของธุรกิจ ระบบยึดกระบวนการทำงานจาก Concord AXL และรองรับงานบัญชีทั่วไปเป็นหลัก - Axapta 2.5 (2000)
หลังการควบรวมกิจการระหว่าง Damgaard และ Navision Software ระบบถูกพัฒนาและเปิดตัวภายใต้ชื่อ NavisionDamgaard ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Axapta 2.5 เวอร์ชันนี้มีการปรับปรุงฟีเจอร์สำคัญ เช่น Project Module ที่ทันสมัยขึ้น และ Banking Module ใหม่ทั้งหมด - Microsoft Axapta 3.0 (2002)
Microsoft เข้าซื้อกลุ่ม Navision Damgaard และนำ Axapta เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Microsoft Business Applications จากนั้น Axapta 3.0 ถูกพัฒนาต่อเพื่อรองรับหลายอุตสาหกรรม เพิ่มความสามารถด้านความปลอดภัย รูปแบบไลเซนส์ และรองรับการใช้งานในหลายประเทศ - Microsoft Dynamics AX 4.0 (2006)
Microsoft รีแบรนด์กลุ่ม Business Solutions เป็น Microsoft Dynamics ทำให้ Axapta ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft Dynamics AX เวอร์ชันนี้เพิ่มความสามารถด้าน Service Management ปรับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ Microsoft และรองรับการยืนยันตัวตนผ่าน Active Directory - Microsoft Dynamics AX 2009 (2008)
เวอร์ชันนี้มุ่งเน้นการลดต้นทุนการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจจากข้อมูล เพิ่มความสามารถด้านรายงาน การทำงานในหลายประเทศ และช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการกระบวนการต่าง ๆ - Microsoft Dynamics AX 2012 (2011)
AX 2012 รองรับมากกว่า 30 ประเทศ และมากกว่า 25 ภาษา โดยมุ่งตอบโจทย์องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ และมีทางเลือกในการติดตั้งทั้งแบบ Cloud และแบบติดตั้งในองค์กร ซึ่งทำให้เวอร์ชันนี้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก - Microsoft Dynamics 365 AX7 (2016)
AX7 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบ โดยเปิดให้ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบได้จากทุกที่ ลดความจำเป็นในการติดตั้ง client บนเครื่องพีซี และรองรับการใช้งานบน Cloud มากขึ้น ต่อมาระบบถูกรีแบรนด์เป็น Dynamics 365 for Operations และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Dynamics 365 for Finance and Operations - Microsoft Dynamics 365 for Finance and Operations (2017)
Dynamics 365 กลายเป็นชุดโซลูชัน ERP และ CRM แบบครบวงจร โดย D365 Finance and Operations เป็นหนึ่งในแอป ERP ภายใต้ชุดนี้ รองรับการติดตั้งทั้งแบบ Cloud, On-premises และ Hybrid พร้อมความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใกล้เคียง Real-time ผ่านเทคโนโลยีอย่าง AI และ Business Intelligence - Microsoft Dynamics 365 Finance (2020)
Microsoft แยก Dynamics 365 Finance and Operations ออกเป็นสองผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่- Dynamics 365 Finance
- Dynamics 365 Supply Chain Management
เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกใช้งานเฉพาะส่วนที่จำเป็น และบริหารงบประมาณด้านไลเซนส์ได้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น
ทำไมองค์กรที่ยังใช้ AX ต้องเริ่มวางแผนอัปเกรด
End of Support และความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลเร่งด่วนที่สุดคือ “End of Support” สำหรับผู้ใช้ AX 2009 และ AX 2012 การใช้งานระบบที่สิ้นสุดการสนับสนุนหมายถึงความเสี่ยงทางธุรกิจ ทั้งในด้าน Security, Compliance และข้อจำกัดในการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก
นอกจากนี้ เทคโนโลยี Stack ที่ล้าสมัยยังทำให้ต้นทุนการดูแลรักษาสูงขึ้นในระยะยาว สำหรับองค์กรที่กังวลเรื่องงบประมาณในการเปลี่ยนผ่าน สามารถศึกษาแนวทาง วิธีประเมินงบประมาณ ERP และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเงินล่วงหน้า
ข้อจำกัดของโครงสร้าง AX แบบเดิม
โครงสร้างระบบของ AX รุ่นเก่าใช้วิธีการปรับแต่งระบบแบบ “Overlayering” ซึ่งการแก้ไขโค้ดทับซ้อนกับโค้ดมาตรฐาน ทำให้เมื่อต้องมีการอัปเดตระบบทำได้ยาก ต้องรอการทำ Major upgrades เท่านั้น ต่างจากระบบใหม่ที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นกว่า
ความต้องการของธุรกิจในยุค AI
ธุรกิจยุคใหม่ต้องการความคล่องตัว และระบบที่ทำงานบน Cloud-first เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้แบบ Real-time การอัปเกรดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และรองรับการทำ Digital Transformation
เปรียบเทียบ Dynamics AX กับ D365 Finance and Operations
Deployment และโครงสร้างระบบ
- AX 2009/2012: เน้นการติดตั้งแบบ On-premises บน SQL Server
- D365 F&O: เป็นระบบ Cloud (SaaS) ที่ทำงานบน Azure SQL หรือแบบ On-premises/Hybrid ก็ได้
Development Model
- AX (Legacy): ใช้โมเดล Overlayering ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเมื่อมีการแพทช์ระบบ
- D365 (Modern): เปลี่ยนมาใช้ Extensions model ซึ่งช่วยให้การ Customizations ปลอดภัยต่อการอัปเกรด และรองรับการอัปเดตแบบต่อเนื่อง
Integration และ UX
- AX: ใช้ Legacy services หรือ AIF (Application Integration Framework) และมีหน้าตาโปรแกรมแบบ MorphX client / Role-tailored client
- D365: รองรับ OData, Data Entities, Dual-write และ API สมัยใหม่ พร้อมหน้าตาการใช้งานแบบ Web client ที่ทันสมัยและรองรับการใช้งานผ่านมือถือ
Roadmap การอัปเกรด AX สู่ D365 Finance and Operations
กระบวนการอัปเกรดที่มีประสิทธิภาพ ควรแบ่งออกเป็น 3 Phase เพื่อลดความเสี่ยงและตรวจสอบความถูกต้องได้ทุกขั้นตอน ซึ่งโครงสร้างนี้มีความคล้ายคลึงกับ ขั้นตอนวางระบบ ERP พร้อม Go-Live สำหรับโครงการทั่วไป แต่จะมีรายละเอียดทางเทคนิคเจาะลึกกว่า ดังนี้:
- Analyze (วิเคราะห์)
- Execute (ลงมือทำ)
- Validate (ตรวจสอบและขึ้นระบบ)
Phase 1: Analyze วิเคราะห์และประเมินความพร้อม
- เส้นทางการอัปเกรดที่รองรับ
Microsoft รองรับการทำ Data Upgrade โดยตรงจาก AX 2012 R2 และ R3 ส่วนเวอร์ชัน AX 2009 จะต้องใช้วิธีการ Data migration ผ่านเครื่องมือ DMF หรือ Third-party tools แทน - เครื่องมือวิเคราะห์ก่อนเริ่มโครงการ
ในระยะนี้ สิ่งสำคัญคือการ Analyze Current Environment โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการทำ Data cleanup เพื่อลดขนาดฐานข้อมูลที่ไม่จำเป็น - ประเมินโค้ดและ Customization
ต้องมีการทำ Inventory รายการ Customizations และ Integrations ทั้งหมด สำหรับ AX 2012 สามารถ Export Model Store เพื่อนำไปวิเคราะห์ผ่าน LCS Code Upgrade Service ระบบจะสร้าง Excel Analysis Report ที่แสดงรายละเอียดของ Elements ที่มี Conflicts และประเมินความยากง่ายในการแปลงโค้ด - ใช้ Demo Environment เพื่อ Fit-Gap
ควรมีการ Deploy Demo Environment เพื่อระบุ Gaps ของฟีเจอร์ระหว่างระบบเก่าและใหม่ เพื่อนำไปสู่การ Create project plan ที่แม่นยำ
Phase 2: Execute ลงมืออัปเกรดระบบ
- ตั้งค่า LCS และโครงสร้างโปรเจกต์
เริ่มต้นด้วยการสมัครใช้งาน Lifecycle Services (LCS) และเชื่อมต่อกับ Azure DevOps เพื่อใช้บริหารจัดการ Source code และ Tasks ต่างๆ - เตรียมระบบ AX 2012
ทีมงานต้องดำเนินการตาม Pre-upgrade checklist และเตรียมความพร้อมบนระบบ AX 2012 เดิม (Perform AX 2012 preparation tasks) ซึ่งรวมถึงการทำความสะอาดข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการย้าย - อัปเกรดโค้ดและพัฒนาเพิ่มเติม
ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญทางเทคนิค โดยใช้ LCS Code Upgrade Service ช่วยแปลงโค้ด จากนั้นต้องทำการ Developer Remediation โดยเปลี่ยนโค้ดแบบ Overlayering เดิมให้เป็น Extensions และแก้ไขจุดที่เกิด Conflict (Auto merged elements with conflicts) รวมถึง Develop new code ตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ - การจัดการข้อมูลและเอกสารแนบ
ดำเนินการอัปโหลดฐานข้อมูลขึ้นสู่ Azure/LCS และจัดการย้าย Attachments/documents ให้ไปอยู่ในที่จัดเก็บใหม่บน Cloud - Data Upgrade ตาม Environment
กระบวนการอัปเกรดข้อมูลจะทำเป็นลำดับขั้น เริ่มจาก Data upgrade in Dev environment เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น จากนั้นจึงทำ Data upgrade in Sandbox เพื่อเตรียมทดสอบระบบเต็มรูปแบบ
Phase 3: Validate ทดสอบ เตรียม Cutover และ Go-live
- Cutover Testing และ Mock Go-live
ก่อนวันจริง ต้องมีการ Create cutover plan และทำการ Cutover testing เพื่อจับเวลาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการย้ายจริง - Functional Test Pass
ทีมผู้ใช้งานและที่ปรึกษาต้องร่วมกันทำ Functional test pass เพื่อยืนยันว่ากระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด ทำงานได้อย่างถูกต้องบนระบบใหม่ รวมถึงการทำ Performance & Volume Testing - Pre Go-live Checklist และ Go-live
เมื่อทุกอย่างพร้อม จะเข้าสู่ขั้นตอน Pre-go-live checklist และดำเนินการ Go-live โดยการ Deploy code package ที่ผ่านการทดสอบแล้วไปยัง Environment จริง ทำการสลับระบบ Integration, DNS/URL และเปิดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งติดตามผลอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-4 สัปดาห์แรก
ประโยชน์จากการใช้ D365 Finance and Operations
- 1. Digital Core ที่ชาญฉลาด (AI & Analytics)
ระบบใหม่มาพร้อมความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และ AI Insights ในตัว ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนคือธุรกิจที่จัดการข้อมูลซับซ้อนอย่างอะไหล่รถยนต์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนข้อมูลกว่า 16,000 SKU ให้กลายเป็น Insight ที่แม่นยำได้ เหมือนกรณีศึกษาของ มโนยนต์ชัยที่ใช้ ERP เจาะลึกธุรกิจ Spare Part จนสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง - 2. ความปลอดภัยและความยืดหยุ่น
ระบบ Cloud SaaS ช่วยให้องค์กรปรับขยายทรัพยากรได้ตามต้องการ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร และการรองรับ Audit Trail ที่สมบูรณ์ - 3. การ Transformation
การมีระบบที่ทันสมัยช่วยให้องค์กรต่อยอดนวัตกรรมได้รวดเร็ว ดั่งเช่นกรณีของ T.Man กับ Roadmap ระบบ ERP โรงงานยา ที่สามารถเปลี่ยนผ่านระบบข้อมูลที่สะสมมายาวนานกว่า 49 ปี ให้กลายเป็นรากฐานที่พร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี
ถึงเวลาเปลี่ยนเพื่ออนาคต
การอัปเกรดจาก AX สู่ D365 F&O คือการลงทุนเพื่อวางรากฐาน “Digital Core” ที่แข็งแกร่งสำหรับ 5-10 ปีข้างหน้า องค์กรที่เริ่มดำเนินการตาม Roadmap นี้ก่อน จะสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ติดต่อผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้าน Dynamics 365 Finance & Operations ได้ที่ https://quick-transformation.com/contact/
เพราะ Quick Transformation คือพาร์ตเนอร์ที่ได้รับการรับรอง Microsoft Solutions Partner – Business Applications พร้อมความเชี่ยวชาญระดับ Specialist ทั้งด้าน Finance และ Supply Chain การันตีความสามารถในการส่งมอบโซลูชัน ERP ระดับองค์กร ที่ใช้งานได้จริง รองรับการเติบโต และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ


![ERP คืออะไร สรุปครบเรื่องที่ต้องรู้ 2026 [พร้อมวิธีคำนวณงบประมาณ]](https://quick-transformation.com/wp-content/uploads/2025/01/what-is-erp-768x768.webp)


