เจาะ Roadmap การเปลี่ยนผ่าน NAV สู่ Dynamics 365 BC พร้อมสู่ยุค Data และ AI

เจาะ Roadmap การเปลี่ยนผ่าน NAV สู่ Dynamics 365 BC พร้อมสู่ยุค Data และ AI

ในยุคที่การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลแบบ Real-time และ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก Microsoft Dynamics NAV หรือ Navision ระบบที่คุ้นเคยและเคยเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโต กำลังกลายเป็น “กับดัก” ที่ฉุดรั้งการเติบโต เพราะ NAV ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วและความซับซ้อนของธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งการเชื่อมต่อข้อมูล การขยายระบบ และการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ ล้วนต้องแลกมาด้วยต้นทุน เวลา และความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ทางออกที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่การประคองระบบเดิมต่อไป แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่ Dynamics 365 Business Central ระบบ Cloud ERP ที่ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง การอัปเกรดครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการ “ย้ายข้อมูล” จากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง แต่คือการ “ยกระดับ” โครงสร้างดิจิทัลขององค์กร ให้พร้อมรองรับ Data, AI และการเติบโตในอนาคต

บทความนี้จะพาคุณเห็นภาพ Roadmap อย่างเป็นระบบ ว่าทำไมองค์กรที่ยังใช้ NAV ควรเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ และจะเปลี่ยนอย่างไรให้คุ้มค่าพาองค์กรก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

อัปเกรดจาก Dynamics NAV เป็น Dynamics 365 Business Central สำคัญอย่างไร?

NAV สู่ D365BC คือ กระบวนการเปลี่ยนผ่านโปรแกรม ERP รุ่นเก่าอย่าง Microsoft Dynamics NAV (หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ Navision) สู่แพลตฟอร์มรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Microsoft Dynamics 365 Business Central

เป้าหมายหลักของการอัปเกรดไม่ใช่แค่การมีซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ไว้ใช้งาน แต่คือการปลดล็อกข้อจำกัดทางเทคนิคเดิม ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถ:

  • ทำงานได้แบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลทุกแผนกเป็นหนึ่งเดียว
  • รองรับการทำงานผ่าน Mobile Devices ได้จากทุกที่ทั่วโลก
  • ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยมาตรฐานระดับโลกของ Microsoft Azure

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าระบบปลายทางอย่าง Business Central นั้นมีหน้าตาหรือความสามารถต่างจากเดิมอย่างไร สามารถเข้าไปทำความเข้าใจพื้นฐานได้ที่บทความ Dynamics 365 Business Central (BC) คืออะไร? สรุปฟีเจอร์และราคาล่าสุดปี 2026 เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผน

รู้จัก Dynamics 365 Business Central อีกขั้นของ NAV

Dynamics 365 Business Central (BC) คือ Next Generation ของ Microsoft Dynamics NAV ที่ได้นำ Core Feature ของ NAV เดิม มายกเครื่องใหม่ด้วยโครงสร้างระบบที่ทันสมัย เพื่อให้เป็น All-in-one Business Management Solution ที่ตอบโจทย์ทั้ง SMB และ Enterprise ในปี 2026

สิ่งที่ทำให้ Business Central แตกต่างจาก NAV คือความเป็น Connected Cloud ระบบไม่ได้ทำงานแบบโดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่ถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Ecosystem อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สามารถ:

  • เชื่อมต่อ Ecosystem ของ Microsoft: ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับ Microsoft 365 ได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น การเปิดใบเสนอราคาผ่าน Outlook หรือการแก้ไขข้อมูลใน Excel แล้วซิงค์กลับเข้าระบบทันที
  • วิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time: รองรับการเชื่อมต่อกับ Power BI เพื่อดึงข้อมูลดิบมาสร้าง Dashboard สำหรับการตัดสินใจได้ทันที โดยไม่ต้องรอปิดงบสิ้นเดือน
  • เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI: ระบบรองรับ Microsoft Copilot ที่เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เช่น การสรุปข้อมูลทางการเงิน หรือการพยากรณ์ยอดขายล่วงหน้า

ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจยุคใหม่ หากคุณยังมองภาพไม่ออกว่าระบบบริหารจัดการที่ดีควรมีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร ลองย้อนกลับไปทำความเข้าใจแก่นแท้ว่า ERP คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนในปี 2026 ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมการลงทุนในเทคโนโลยี ERP ที่ทันสมัยจึงคุ้มค่ากว่า

ทำไม NAV ถึงไปต่อไม่ได้ในโลกธุรกิจปี 2026?

ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย AI และ Cloud-First การยึดติดกับระบบ On-premise เดิมอย่าง NAV ไม่ใช่แค่เรื่องของความล้าสมัย แต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงระดับองค์กรที่สะสมเพิ่มขึ้นทุกวัน นี่คือ 4 เหตุผลสำคัญที่ยืนยันว่าทำไมระบบ Legacy ถึงเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตของคุณ

  • 1. ระเบิดเวลาด้าน Security และ Compliance
    เมื่อ Microsoft ยุติการ Support อย่างเป็นทางการ องค์กรต้องแบกรับภาระเรื่อง Patching, Security และ Audit ด้วยตัวเองทั้งหมด ในปี 2026 ที่มาตรฐานความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น ระบบที่ไม่รองรับ Standard ใหม่เหล่านี้คือช่องโหว่สำคัญที่กระทบต่อทั้งความปลอดภัยของ Data และ Trust ขององค์กร
  • 2. ต้นทุนแฝงของระบบ Legacy
    ค่า Server, Maintenance และค่าตัวผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือต้นทุนแฝง ที่ทำให้งบประมาณ ERP บานปลาย เมื่อมองในระยะยาว ERP ที่ดีควรช่วย Optimize Cost ไม่ใช่สร้าง Technical Debt ให้กับบริษัท หากต้องการศึกษาเกี่ยวกับต้นทุนแฝงในระบบ ERP แบบเดิม อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ Cloud ERP vs On-Premise เทียบจุดเด่น จุดต่าง เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ
  • 3. Disconnected จาก Ecosystem ยุคใหม่
    NAV ไม่ได้ถูก Architect มาเพื่อรองรับ AI, Automation หรือ Low-code อย่าง Power Platform ผลลัพธ์คือองค์กรติดข้อจำกัด ไม่สามารถสร้าง Workflow ใหม่ ๆ หรือทำ Digital Transformation ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
  • 4. Bottleneck ของการ Scale ธุรกิจ
    เมื่อธุรกิจขยายตัวและปริมาณ Data มหาศาลขึ้น ระบบเดิมมักเจอเรื่อง Performance Drop ทำให้การออก Report ล่าช้า ผู้บริหารต้องตัดสินใจบนข้อมูลย้อนหลัง แทนที่จะได้ Insight แบบ Real-time ที่สะท้อนสถานการณ์จริง

วิธีการอัปเกรดสู่ Business Central เลือกแบบไหนดี?

หากองค์กรตัดสินใจที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Dynamics 365 Business Central ในทางปฏิบัติจะมีแนวทาง (Upgrade Paths) หลักอยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งผู้บริหารต้องพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของระบบและเป้าหมายทางธุรกิจ ดังนี้:

1. Technical Upgrade

รูปแบบนี้เน้นการย้าย Data และ Code จากระบบเดิมขึ้นสู่ระบบใหม่โดยรักษากระบวนการทำงานเดิมไว้ให้มากที่สุด

  • เหมาะสำหรับ: องค์กรที่ใช้งาน NAV เวอร์ชันค่อนข้างใหม่ และมีการ Customization ไม่ซับซ้อน
  • ข้อดี: ใช้เวลาดำเนินการน้อย และผู้ใช้งานไม่ต้องปรับตัวกับกระบวนการทำงานใหม่มากนัก

2. Re-Implementation

รูปแบบนี้คือการติดตั้งระบบใหม่โดยเริ่มจากศูนย์ เพื่อวางโครงสร้างข้อมูลและกระบวนการทำงานใหม่ โดยเน้นการใช้ Standard Features ของ Business Central แทนการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม

  • เหมาะสำหรับ: องค์กรที่ใช้ NAV เวอร์ชันเก่ามาก กระบวนการทำงานเดิมล้าสมัย หรือมีการดัดแปลงระบบจนซับซ้อนเกินไป
  • ข้อแนะนำ: การขึ้นระบบใหม่เปรียบเสมือนการรีเซ็ตองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งควรมีการวางแผนอย่างรัดกุมตาม ขั้นตอนวางระบบ ERP ที่ถูกต้อง เพื่อให้โครงการดำเนินไปตาม Timeline และสามารถ Go-Live ได้จริงตามเป้าหมาย

3. Hybrid

รูปแบบผสมผสาน โดยอาจเลือกเริ่มใช้งาน Business Central ในส่วน Core Modules เช่น การเงินและบัญชี เพื่อให้ระบบหลังบ้านมีความเสถียรก่อน จากนั้นจึงค่อยทยอยย้ายส่วนงานปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น การผลิตหรือคลังสินค้า ตามมาในภายหลัง

  • เหมาะสำหรับ: องค์กรขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง และต้องการบริหารความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านระบบ

เทคนิคเตรียมตัวก่อนอัปเกรด ให้งบไม่บานปลาย

เรื่องงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องรู้คือ “ค่าใช้จ่าย” ซึ่งไม่ได้มีแค่ค่า License แต่รวมถึงค่าบริการย้ายข้อมูล (Data Migration) และการ Training ด้วย

  • ประเมิน Database Size:
    ฐานข้อมูล NAV เดิมมีขนาดเท่าไหร่? ข้อมูลขยะเยอะไหม? การทำ Data Cleansing ก่อนย้ายจะช่วยลดต้นทุนค่า Storage บน Cloud ได้มหาศาล
  • ตรวจสอบ Customization:
    เช็กว่า Code ที่เคยเขียนเพิ่มไว้ ยังจำเป็นอยู่ไหมใน Business Central เพราะฟีเจอร์มาตรฐานใหม่อาจจะมีรองรับแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเงินจ้างเขียนใหม่
  • วางแผนงบประมาณ:
    สำหรับผู้บริหารที่ต้องการตัวเลขที่แม่นยำ สามารถดูแนวทาง วิธีประเมินงบประมาณ ERP ในปี 2026 เพื่อคำนวณ ROI และเตรียม Cash Flow ให้พร้อม

กรณีศึกษาองค์กรที่ใช้ BC

  • Financial Transformation:
    กรณีของ Eye Bangkok กับ ERP โรงพยาบาล ที่เปลี่ยนระบบบัญชีให้รองรับมาตรฐานใหม่ จนมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าสู่เส้นทาง IPO
  • Operational Insight:
    กรณีของ Scholl กับ ERP รวมข้อมูลสู่ Insight ที่เปลี่ยนจากการบริหารสต็อกด้วยความรู้สึก มาเป็นการใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจแบบ Real-time เชื่อมโยงฝ่าย IT และ Finance เข้าด้วยกัน
  • Employee Productivity:
    พนักงานทำงานง่ายขึ้นด้วย Interface ที่คุ้นเคย และฟีเจอร์ AI ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

2026 คือเวลาของ Growth Mode

ปี 2026 ไม่ใช่ปีแห่งการลังเลอีกต่อไป การอัปเกรดจาก NAV สู่ Business Central คือการปลดล็อกศักยภาพของ AI, Cloud และ Data ให้ทำงานแทนคุณ เปลี่ยนองค์กรจาก “ตั้งรับ” ให้เป็น “เชิงรุก” พร้อมรับมือทุกความท้าทายในอนาคต

พร้อมอัปเกรดสู่ Business Central รับปี 2026 หรือยัง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้าน Dynamics 365 Business Central ได้ที่ https://quick-transformation.com/contact/ เพราะ Quick Transformation คือ Microsoft Solutions Partner ที่พร้อมเคียงข้างคุณในการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน

Table of Content