Cloud ERP vs On-Premise เทียบจุดเด่นชัด ๆ เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

สรุปจุดเด่น ข้อจำกัด และความเหมาะสมของระบบ Cloud ERP และ On-Premise เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการจริงของธุรกิจตนเอง
Cloud ERP vs On-Premise เทียบจุดเด่น จุดต่าง เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ
Table of Content

Cloud ERP vs On-Premise คือ ระบบ ERP ที่มีการใช้งานที่ต่างกัน โดย Cloud ERP นั้นจะทำงานบนคลาวด์ มาพร้อมข้อดีคือ เริ่มงานได้เร็ว และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำ ส่วน ERP On-Premise นั้นจะต้องติดตั้งและรันบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง ซึ่งแม้ว่าจะสามารถควบคุมได้เต็มรูปแบบ แต่ก็มีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างตามมา

หากองค์กร หรือธุรกิจกำลังตัดสินใจติดตั้งระบบ ERP การเลือกรูปแบบ Cloud ERP หรือ On-Premise เพื่อให้เหมาะสมกับองค์กรตนเองจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณา เนื่องจากทั้ง 2 รูปแบบมีข้อดี และข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกัน

ทีม Quick Transformation ชวนเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ Cloud ERP vs On-Premise อย่างละเอียด พร้อมสรุปวิธีเลือก ERP อย่างไรให้เหมาะกับองค์กรของตนเอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับประสิทธิภาพสูงสุด

 

รู้จัก Cloud ERP และ ERP On-Premise คืออะไร

1. Cloud ERP คืออะไร

Cloud ERP หรือ Web-based ERP คือ ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning) ที่ทำงานบนคลาวด์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยจะต้องเช่าบริการแบบ SaaS มีทีมผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลรักษา อัปเดตระบบ และความปลอดภัยต่าง ๆ

รายละเอียดของ Cloud ERP :

  • เข้าถึงข้อมูลได้ทันที
  • ระบบอัปเดตอัตโนมัติ
  • ไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานหรือเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร
  • ค่าใช้จ่ายเป็นแบบสมัครสมาชิก คุมงบได้ง่าย

2. ERP On-Premise คืออะไร

ERP On-Premise คือ ระบบที่ติดตั้งและรันบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร โดยจะต้องมีทีม IT ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด รวมถึงการปรับแต่ง การสำรองข้อมูล และการรักษาความปลอดภัย

รายละเอียดของ ERP On-Premise :

  • ข้อมูลถูกจัดเก็บและควบคุมภายในองค์กร
  • สามารถปรับแต่งระบบได้ตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจ
  • ต้องลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และลิขสิทธิ์ระบบ
  • การอัปเดตและบำรุงรักษาระบบต้องดูแลเองทั้งหมด

เปรียบเทียบ Cloud ERP vs ERP On-Premise ต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบข้อดี และข้อจำกัดของการใช้งานระหว่าง ERP ระบบ Cloud และ On-Premise เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างชัดเจน ดังนี้

ข้อดีและข้อจำกัดของ ERP Cloud

ข้อดี

  • ค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นต่ำ
  • เริ่มต้นใช้งานได้เร็ว
  • ไม่ต้องดูแลระบบหลังบ้าน
  • ระบบได้รับการอัปเดตและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
  • รองรับการทำงานหลายพื้นที่และการทำงานแบบ Remote

ข้อจำกัด

  • ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปีต่อเนื่อง

ข้อดีและข้อจำกัดของ ERP On-Premise

ข้อดี

  • ควบคุมข้อมูลได้เต็มรูปแบบ
  • มีความปลอดภัยสูง
  • มีความเป็นส่วนตัวสูง
  • ปรับแต่งระบบให้ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างยืดหยุ่น

ข้อจำกัด

  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นค่อนข้างสูง
  • ใช้เวลาในการติดตั้งและเซ็ตอัพระบบ
  • ต้องมีทีม IT พร้อมดูแลระบบ บริหารจัดการการอัปเดตและความปลอดภัยเอง

เช็กตารางเปรียบเทียบ Cloud ERP vs On-Premise ต่างกันอย่างไร

ตารางสรุป Cloud ERP vs On-Premise แบบไหนดีกว่ากัน

หัวข้อ Cloud ERP ERP On-Premise
การติดตั้ง ใช้งานบนคลาวด์ ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์องค์กร
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ต่ำ สูง (ลงทุน Hardware/Server)
ค่าใช้จ่ายระยะยาว สมัครสมาชิก ไม่มีรายเดือน แต่มีค่า Maintenance
การดูแลระบบ ผู้ให้บริการดูแล ทีม IT ดูแลเอง
การอัปเดต อัตโนมัติ ต้องอัปเดตระบบเอง
การปรับแต่ง จำกัด ปรับแต่งได้ยืดหยุ่นกว่า
การควบคุมข้อมูล ขึ้นกับผู้ให้บริการ ควบคุมได้ทั้งหมด
ความเหมาะสม ต้องการความคล่องตัว เน้น Scalability และต้องการควบคุมความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด

เปิดต้นทุนแฝงของ On-Premise ที่หลายองค์กรไม่รู้ตัว

แม้ว่าระบบ ERP แบบ On-Premise จะดูเหมือนเป็นการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียว แต่ในความเป็นจริงการใช้งานแบบ On-Premise มักมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แฝงอยู่ ดังนี้

1. ค่าเซิร์ฟเวอร์

ฮาร์ดแวร์ เช่น Server, Storage, Switch มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3-5 ปี จากนั้นประสิทธิภาพการใช้งานจะลดลง และต้องเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง กลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

2. ค่า Firewall และระบบรักษาความปลอดภัย

ในการติดตั้งระบบ ERP จะต้องมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและ Firewall ซึ่งทางองค์กรจะต้องจ่ายค่าติดตั้ง ค่าบำรุงรักษา ตลอดจนค่าต่ออายุใบอนุญาต ทั้งนี้ หากองค์กรมีข้อมูลที่อ่อนไหว จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตามข้อกำหนดด้าน Compliance ด้วย

3. ค่า Backup, Storage และ DR Site

นอกจากนี้ ทางองค์กรต้องรับผิดชอบการสำรองข้อมูลเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบ Backup รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลอดจนระบบ DR Site หรือศูนย์สำรองข้อมูลกรณีศูนย์ข้อมูลหลักใช้งานไม่ได้

4. ค่าอัปเดตแพตช์ และดูแลระบบให้ทันสมัย

ปกติแล้วระบบซอฟต์แวร์ ERP จะมีการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัย และอัปเกรดเวอร์ชันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่และรองรับฟีเจอร์ใหม่ ดังนั้น หากเลือกใช้ระบบ On-Premise ทางทีม IT จะต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการอัปเดตข้อมูล

5. ค่าแรงและเวลาของทีม IT

อีกหนึ่งต้นทุนแฝงที่ไม่ควรมองข้าม คือ ค่าแรงและเวลาที่เสียไป เนื่องจากทีม IT ต้องคอยมอนิเตอร์ระบบ ดูแลเซิร์ฟเวอร์ และจัดการข้อมูลต่าง ๆ ตลอดเวลา

แม้ฟังดูเหมือนว่า ระบบ ERP On-Premise จะจ่ายเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในข้างต้นต่อเนื่อง 3-5 ปี อาจมีต้นทุนรวมสูงกว่า Cloud โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ในการคำนวณค่าใช้จ่ายจะต้องไม่ลืมพิจารณาทั้งต้นทุนเริ่มต้นและต้นทุนแฝงประกอบการตัดสินใจร่วมด้วย

เลือกโปรแกรม ERP อย่างไร ให้เหมาะกับองค์กร

การเลือก ERP ให้เหมาะสมกับองค์กรของตนเองไม่ได้มีคำตอบตายตัว เพียงแต่จะต้องพิจารณาถึงทรัพยากร และความต้องการขององค์กรร่วมด้วย เช่น

องค์กรที่เหมาะกับ Cloud ERP

  • ทีม IT มีขนาดจำกัด
  • ต้องการเริ่มใช้งานเร็วและขยายระบบได้ไว
  • ต้องการความคล่องตัวในการทำงาน
  • องค์กรที่ทำงานแบบ Remote หรือมีหลายสาขา
  • องค์กรที่ต้องการลดต้นทุนเริ่มต้นและหลีกเลี่ยงการบำรุงรักษาระบบเอง

องค์กรที่เหมาะกับ ERP On-Premise

  • องค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้าง IT พร้อม
  • มีข้อกำหนดด้านข้อมูลที่เข้มงวด
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง
  • ต้องการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของระบบโดยตรง
  • การบำรุงรักษาอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กร

แนวโน้มเทรนด์ ERP ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

ระบบ ERP มีบทบาทสำคัญใน Digital Transformation และพัฒนาไปในทิศทางที่ Integrate มีเทคโนโลยีแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น AI, IoT, Automation และ Big Data ทั้งนี้ หลาย ๆ อุตสาหกรรมนิยมใช้  Cloud ERP มากขึ้น เนื่องจากรองรับการขยายตัว และทำงานแบบกระจายทีม ในขณะเดียวกันทางองค์กรใหญ่ยังคงเลือกใช้ ERP On-Premise เนื่องจากข้อมูลมีความอ่อนไหวมากกว่า

ทั้งนี้ แม้ว่า Hybrid ERP จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่หลาย ๆ องค์กรก็ยังคงเลือกใช้งานระบบ Cloud หรือ On-Premise เป็นหลัก โดยประเมินตามข้อมูล ทรัพยากร หรือกลยุทธ์ที่องค์กรมีร่วมด้วย

สรุป ERP แบบไหนคือคำตอบขององค์กรคุณ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเลือกระบบ Cloud ERP หรือ ERP On-Premise ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป ทางที่ดีควรประเมินว่าองค์กรของตนเองต้องการอะไร เช่น ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง การควบคุมข้อมูล งบประมาณ ตลอดจนทีม IT มีความพร้อมมากเพียงใด ก่อนตัดสินใจเลือกระบบที่เหมาะสมกับองค์กรตนเอง

ทั้งนี้ หากต้องการเลือกเริ่มใช้งานได้เร็ว คล่องตัว ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำ → Cloud ERP แต่หากต้องการควบคุมเต็มรูปแบบ ปรับแต่งได้อิสระ และเป็นส่วนตัวสูง → ERP On-Premise อาจตอบโจทย์องค์กรมากกว่า

Quick Transformation คือ Partner ด้าน Digital Transformation ที่มีความเข้าใจระบบธุรกิจ และเชี่ยวชาญการออกแบบกระบวนการ และวางระบบ ERP ที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และรองรับการขยายตัวของธุรกิจที่จะเติบโตได้ในระยะยาว ทีมงานมีประสบการณ์จริงครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม สามารถแนะนำและประเมินได้ครบทุกมิติ หากสนใจการวางระบบ ERP หรือต้องการปรึกษาว่าจะเลือก Cloud ERP vs On-Premise แบบไหนดี สามารถปรึกษาทีม Quick Transformation ฟรี

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ