สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

Message from CEO

Message from CEO

สารจากประธานกรรมการบริหาร​

วันนี้สิ่งที่ทุกธุรกิจแข่งขันกันไม่ใช่แค่คุณภาพ ต้นทุน หรือราคา เพราะสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องมี แต่ความได้เปรียบที่แท้จริงคือ ‘ความเร็ว’

QUICK ไม่ได้มุ่งพัฒนาเพียงซอฟต์แวร์ แต่กำลังสร้าง Quick Ecosystem ที่เชื่อม ERP, IoT และ AI ให้ทำงานร่วมกันบนรากฐานข้อมูลเดียว เพื่อช่วยให้ลูกค้าไทยทำงานได้อย่างชาญฉลาด คล่องตัว และพร้อมแข่งขันในอนาคต เพราะความเร็วที่แท้จริงไม่ใช่การเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ และเปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้เร็วขึ้น

- คุณไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน)

"ความเร็ว" คือสนามแข่งใหม่ของธุรกิจ

“คุณภาพ ต้นทุน และราคา เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกธุรกิจต้องแข่งขัน แต่สิ่งที่จะสร้างความได้เปรียบอย่างแท้จริง คือ ความเร็ว 

McKinsey & Company ระบุว่า ในปี 2026 องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้น ความท้าทายในวันนี้จึงไม่ใช่การทำงานหนักขึ้น แต่คือการทำงานให้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเชื่อมโยงข้อมูลได้ดีกว่าเดิม  

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่เรายึดมั่นมาตลอด สำหรับเราความเร็วที่แท้จริงไม่ใช่การเร่งทำงาน แต่คือการมีข้อมูลที่ถูกต้องและมีเครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น Digital Transformation” จึงเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยมีเครื่องมืออย่างซอฟต์แวร์และ IoT เข้ามาช่วย 

AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มายกระดับคุณค่าของงาน

QUICK เติบโตมาพร้อมกับแนวคิด “ความเร็วในการคิด ลงมือทำ และปรับตัว” ในวันนี้เรามองว่า คนที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมและตั้งคำถามได้ดีกว่าย่อมทำงานได้เร็วกว่า ชาว Quicker จึงไม่ได้กังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ แต่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้ เพื่อยกระดับการทำงานให้ดีขึ้น

สิ่งที่เราเริ่มมองคือ เมื่อ AI และ Automation ช่วยลดเวลางานเอกสาร ทำให้ Consult มีเวลาทุ่มเทกับการให้คำปรึกษาและสร้างคุณค่าให้ลูกค้ามากขึ้น แปลว่า “โอกาสที่ลูกค้าจะประสบความสำเร็จก็มากขึ้น” ท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของงานไม่ได้วัดจากจำนวนชั่วโมงที่ใช้ไป แต่จะวัดจากผลลัพธ์ที่สามารถสร้างให้กับลูกค้าและองค์กรได้มากเพียงใด

สร้าง Ecosystem ที่ผสาน ERP, IoT และ AI

เราให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปใช้งานได้จริง จึงเกิดเป็น “Quick Ecosystem” ระบบนิเวศดิจิทัล รวมผลิตภัณฑ์และโซลูชันจาก QUICK เชื่อมทั้ง ERP, IoT และ AI ไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ข้อมูลทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเราเริ่มจากการวางรากฐานข้อมูล (The Digital Foundation) ก่อนเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบหนึ่งไปยังระบบหนึ่งให้เป็นอัตโนมัติ (The Integration & Automation) และต่อยอดสู่การนำ AI (Qoot AI) มาช่วยวิเคราะห์ ตัดสินใจ และสั่งการ (The Intelligence)

เรามองว่า การแข่งขันต่อจากนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีข้อมูลมากกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถใช้ AI เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำกว่า

IPO ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือเชื้อเพลิงของการเติบโต

สำหรับเราแล้ว การ IPO ไม่ใช่ปลายทางของความสำเร็จ แต่เป็นเสมือนเชื้อเพลิงสำคัญผลักดันให้เราเดินหน้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง ERP, IoT และ AI เข้าด้วยกัน พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโต โอกาส และความท้าทายในอนาคต 

ขณะเดียวกัน เรายังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ การควบรวมกิจการ หรือเสริมพลังธุรกิจให้แข็งแกร่งกับพันธมิตรอื่น และท้ายที่สุดเรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรไทยเติบโตได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 

สะพานที่นำเทคโนโลยีระดับโลกมาส่งถึงลูกค้าไทย

ภาพในอีก 3-5 ปีข้างหน้า QUICK จะเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์ของเทคโนโลยีในประเทศไทย ส่งต่อคุณค่าให้กับลูกค้าองค์กรตัดสินใจและดำเนินงานได้อย่างคล่องตัว พร้อมเติบโตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ขณะเดียวกัน เราเป็นเหมือนสะพานที่นำเทคโนโลยีระดับโลกส่งถึงมือลูกค้า พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของ QUICK เองให้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจไทย และท้ายที่สุดคือเป็นผู้นำด้าน Digital Transformation ครอบคลุมทั้งเรื่อง ERP, IoT และ AI เพราะเราเชื่อว่า ความสำเร็จของ Digital Transformation ไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ ERP, IoT และ AI ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

Quick Transformation Direction 2025

ทิศทางของบริษัท Quick Transformation ประจำปี 2025

Quick Transformation 2025 เดินหน้าพัฒนา AI Transformation โรงแรม-โรงพยาบาล-ขนส่ง และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เตรียมขยายการเติบโตผ่าน IPO ปลายปีนี้

“Quick Transformation ปี 2025 ยังเดินหน้าพัฒนาจุดแข็งด้านเทคโนโลยีให้แกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากความเชี่ยวชาญด้าน IT และ OT เป็นรากฐานที่เรานำมาพัฒนาต่อยอดสร้าง AI Transformation ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในปีนิ้ ลูกค้าจะได้สัมผัส AI จาก Quick Transformation ที่ฉลาดตอบโจทย์องค์กรมากยิ่งขึ้น ใช้ AI สร้าง Big Data ภายในองค์กรที่นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่ม Productivity ทำให้องค์กรของคุณเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น แข่งขันได้กว้างมากยิ่งขึ้นด้วย AI พร้อมกับขยายฐานลูกค้าสร้างบริการ Digital Solution ที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนง่ายตามไลฟ์ไตล์ผู้บริโภค สำหรับกลุ่มโรงแรม-โรงพยาบาล-ขนส่ง และการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อความยั่งยืน อีกทั้ง Quick Transformation ยังพร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชนผ่านการ IPO ในปลายปีนี้”

- คุณไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน)

พัฒนา AI ให้เป็นสมองและเครื่องจักรสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ

ทีม R&D ของเราศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง ผ่าน AI ที่ชื่อว่า Qoot ที่ผ่านมาเราให้ Qoot เข้าไปเป็นผู้ช่วยเชื่อมแพล็ตฟอร์มของฝ่ายต่างๆ ในองค์กรให้สามารถรับส่ง ประมวลผล และนำข้อมูล หรือ Data มาใช้ร่วมกันได้ พร้อมทั้งทำหน้าที่วิเคราะห์ ติดตามการทำงาน เฝ้าระวัง แจ้งเตือน แนะนำการแก้ปัญหาให้ฝ่ายงานต่างๆ แบบเรียลไทม์ โดยในปี 2025 นี้ เราจะทำให้ Qoot เก่งและฉลาดยิ่งขึ้น โดยจะมีสกิล หรือ ความสามารถในการเข้าใจกระบวนการทำงานและปัญหาต่างๆ ขององค์กรมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพื่อให้สามารถตอบคำถามและช่วยเหลือผู้ใช้งาน (User) ได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงซับซ้อน โดย Qoot จะทำงานแบบ Proactive คือไม่รอให้ User เข้ามาใช้งาน แต่สามารถคิดและเลือกที่จะสื่อสารไปหา User ก่อนได้ ช่วยให้การทำงานระหว่างคนกับ AI ไร้รอยต่อ (Seamless)

เราเชื่อเสมอว่าธุรกิจแข่งขันกันที่ความเร็ว และจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อความเร็วมาพร้อมกับความแม่นยำ Quick Transformation พัฒนา AI ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ทั้ง “ความเร็ว” และ “ความแม่นยำ” โดย AI จะทำให้กระบวนการต่างๆ เป็นดิจิทัล ช่วยลดเวลาในการทำงาน รับรู้และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วทันเวลา ขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยย่อยๆ ในองค์กร จากทุกแพล็ตฟอร์ม ให้เป็น Big Data นำข้อมูลที่เป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียวมาเรียนรู้และวิเคราะห์ ทำให้ข้อมูลที่ได้จาก AI มีความแม่นยำสูง ผู้บริหารสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด ขณะที่คนทำงานก็มีความมั่นใจในการใช้งาน AI

New Focus กลุ่มธุรกิจโรงแรม-โรงพยาบาล-ขนส่ง และจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ที่ผ่านมา Quick Transformation โดดเด่นในการสร้าง Software และ Digital Solution ให้กับธุรกิจด้านการผลิต/โรงงาน ธุรกิจกระจายสินค้า/คลังสินค้า ธุรกิจบริการ และธุรกิจขายปลีก เรามีฐานลูกค้าที่เติบโตต่อเนื่องทุกๆ ปี โดยปีนี้เราตั้งใจขยายบริการไปสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ คือ ธุรกิจโรงแรม, ธุรกิจโรงพยาบาล/คลินิก, ธุรกิจขนส่ง (Transportation) และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม หรือการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)

สำหรับธุรกิจโรงแรม เราพัฒนาซอฟต์แวร์ PMS (Property Management System) เป็นแอปพลิเคชันที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนง่ายตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการ ช่วยเพิ่มความสามารถในการให้บริการ สร้าง Smart Services เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้บริการของโรงแรม เพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กับระบบหลังบ้าน เชื่อมต่อซอฟต์แวร์กับ IoT ทำให้สามารถนำข้อมูลจากทุกแพล็ตฟอร์มมาวิเคราะห์ ทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เพื่อปรับการให้บริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นได้

ธุรกิจโรงพยาบาล/คลินิก เรามีซอฟต์แวร์ HIS (Hospital Information System) มุ่งเน้นการเชื่อมหน้าบ้าน (Front) กับ การทำงานหลังบ้าน ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและคลินิกที่ใช้งาน ERP อยู่แล้ว HIS จะเข้าไปช่วยเชื่อมข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ใน ERP เป็นงานหน้าบ้าน เช่น การทำหัตถการที่อยู่หน้างาน มาผสานทำให้มี Data หรือ ข้อมูลมากขึ้น เชื่อมต่อซอฟต์แวร์เข้ากับ IoT เช่น แท็บเล็ต นำข้อมูลมาพัฒนาประสบการณ์คนไข้หรือลูกค้า จัดการ workflow ได้ดีขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถสอนให้ AI แนะนำแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการปัญหาต่างๆ ได้

ด้านธุรกิจขนส่ง (Transportation) เราพัฒนา TMS (Transportation Management System) เป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากเชื่อมต่อกับ IoT ช่วยให้สามารถติดตามและดูข้อมูลการเดินทาง เช่น ความเร็วรถ, อุณหภูมิตู้เก็บความเย็น, รถอยู่จุดใด ยังเชื่อมต่อกับ ERP ช่วยให้สามารถนำข้อมูลจาก ERP เช่น ใบออเดอร์ ข้อมูลการวางบิล มาใช้วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ใช้ในการวางแผนการขนส่ง ควบคุมต้นทุนและติดตามบริการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) เป็นอีกเรื่องที่ Quick Transformation โฟกัส โดยพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มาช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อสอดรับกับเทรนด์ Sustainability สร้างองค์กรคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยทำแพล็ตฟอร์มจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) และ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product : CFP) ที่สามารถดึงข้อมูลจาก IoT และ ERP มาติดตามการสร้างคาร์บอนในแต่ละกระบวนการ แล้วนำมาประมวลผลประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับองค์กรได้

พัฒนาและเข้าใจง่ายขึ้น

โจทย์ของ Quick Transformation ยังคงเป็นโจทย์เดิม คือ การสร้าง AI Transformation พาลูกค้าองค์กรของเราเปลี่ยนผ่านสู่การสร้าง AI อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านซอฟต์แวร์ และ Digital Solution ของ Quick Transformation ที่ยืนหยุ่น (Flexible) ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่ง (Customize) UX/UI ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้เอง โดยไม่กระทบระบบหลัก ดังนั้น แพล็ตฟอร์ม หรือ โซลูชันต่างๆ จาก Quick Transformation จะมีความเซ็กซี่ขึ้น กล่าวคือ มีฟังก์ชันที่หลากหลาย แปลกใหม่ ทันสมัยแต่ไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ ด้วย AI ที่มีความฉลาดแม่นยำ

IPO ก้าวใหม่ที่ท้าทาย

ที่ผ่านมา Quick Transformation ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้เป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทชั้นนำระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Microsoft หรือ Rockwell ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีภายในองค์กรด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ Quick Transformation สามารถเพิ่มฐานลูกค้าและผลกำไรเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับการขยายตัว ด้วยเหตุนี้ในปลายปี 2025 จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่บริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนให้เติบโตได้ตามแผน พร้อมกับแบ่งปันผลประโยชน์และความสำเร็จให้กับนักลงทุนและประชาชนทั่วไป