Quick Transformation และ PTC ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อวางรากฐานความร่วมมือด้าน Digital Engineering, Product Lifecycle Management (PLM) และโครงสร้างเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่สำหรับองค์กรไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจออกแบบ ผลิต และบริหารข้อมูลเชิงวิศวกรรมได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อมโยงถึงกันทั้งองค์กร
การลงนามครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองบริษัทในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ภายใต้ยุคที่ความเร็วในการตัดสินใจเท่ากับความสามารถในการเติบโต แต่ความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นความเร็วที่ถูกต้อง แม่นยำ และสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจในระยะยาว โดยมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง PTC เข้ามาเติมเต็มศักยภาพด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ระดับโลก
จุดเริ่มต้นของความร่วมมือระดับสากล
การจับมือกันระหว่าง Quick Transformation และ PTC เกิดขึ้นจากความต้องการร่วมกันในการยกระดับความสามารถขององค์กรไทยให้ก้าวสู่มาตรฐาน Digital Engineering อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน (PLM), การควบคุมเวอร์ชันของแบบและชิ้นส่วน, ไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูลวิศวกรรมเข้ากับขั้นตอนการผลิตและการบริการหลังการขาย
PTC ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านระบบ PLM และเทคโนโลยี Windchill เข้ามาเติมเต็มความเข้าใจเชิงอุตสาหกรรมของ Quick Transformation ทำให้เกิด “ฐานความร่วมมือ” ที่แข็งแรงกว่าการทำงานเพียงมุมใดมุมหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายตั้งใจร่วมกันพัฒนาแนวทางที่องค์กรสามารถนำไปใช้จริงได้ ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างข้อมูล ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของทีมวิศวกรรมและไอทีในองค์กรไทยให้พร้อมต่อการแข่งขันระดับสากล
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น “ก้าวแรก” ของการผสานความเชี่ยวชาญทั้งสองฝ่ายเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมไทยในภาพใหญ่ ตั้งแต่การจัดการข้อมูลซับซ้อน การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการวางโครงสร้างระบบเพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต
เสียงจากผู้นำ: ความเร็วที่ถูกต้องคือความได้เปรียบขององค์กรยุคใหม่
คุณไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Quick Transformation กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถก้าวสู่มาตรฐาน Digital Engineering ได้เร็วยิ่งขึ้น แต่เป็นความเร็วที่ต้องมาพร้อมกับความถูกต้องและการตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อถือได้
คุณไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Quick Transformation กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถก้าวสู่มาตรฐาน Digital Engineering ได้เร็วยิ่งขึ้น แต่เป็นความเร็วที่ต้องมาพร้อมกับความถูกต้องและการตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อถือได้
“เราเชื่อว่าธุรกิจแข่งขันกันที่ความเร็ว แต่ความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นความเร็วที่ถูกต้อง มีประโยชน์สูงสุด และเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่เข้าใจบริบทขององค์กรไทยอย่างแท้จริง”
ด้านตัวแทนจาก PTC คือ Mr. Lau Shaw Luen, General Manager of SRIM ได้สะท้อนมุมมองร่วมกันว่า การนำเทคโนโลยี Windchill PLM เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ไม่ได้ช่วยเพียงยกระดับความสามารถด้านการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ทีมวิศวกรรมและฝ่ายผลิตทำงานบนข้อมูลเดียวกันได้อย่างแม่นยำ ลดความซับซ้อน และเพิ่มความพร้อมขององค์กรต่อการเติบโตในอนาคต
การจับมือกันของ Quick Transformation และ PTC จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาในประเทศไทย แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีโครงสร้างข้อมูลและระบบวิศวกรรมที่พร้อมขยายผลในระยะยาว ช่วยให้การออกแบบ การผลิต และการบริหารข้อมูลผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นระบบ







