Dashboard คืออะไร? แจก 5 เครื่องมือสร้างแดชบอร์ด พร้อมตัวอย่างจริง

Dashboard คือเครื่องมือที่ช่วยรวบรวมและสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่าย รู้จักประเภท ความสำคัญ พร้อมแจก 5 เครื่องมือและวิธีสร้าง Dashboard ง่าย ๆ
Dashboard คืออะไร รู้จักเครื่องมือสร้าง Dashboard ที่นี่
Table of Content

Dashboard คือเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลที่ซับซ้อน วิเคราะห์ และนำเสนอให้เข้าใจง่ายขึ้นผ่านกราฟ แผนภูมิ ตาราง เพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวม ติดตามงาน และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการติดตามยอดขาย การตลาด หรือตัวชี้วัด (KPIs)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำธุรกิจในปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมาก ทั้งยอดขาย จำนวนออเดอร์ ลูกค้า การเงิน การตลาด หรือการดำเนินงาน ดังนั้น หากข้อมูลเหล่านี้ยังกระจัดกระจายหรือใช้ระยะเวลานานในการตรวจสอบและวิเคราะห์ อาจส่งผลให้การตัดสินใจโอกาสสำคัญล่าช้าได้ Dashboard จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการสรุปข้อมูลจำนวนมากและนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ตัดสินใจได้รวดเร็ว และพร้อมนำข้อมูลไปใช้ต่อ 

บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Dashboard คืออะไร มีกี่ประเภท แตกต่างจาก Report อย่างไร แจกเครื่องมือสร้าง Dashboard รวมถึงหลักการออกแบบให้สวย อ่านง่าย และตัวอย่างการใช้งาน 

Dashboard คืออะไร?

Dashboard คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการนำเสนอข้อมูลดิบให้เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมขององค์กร ตัวชี้วัด หรือหัวข้องาน โดยนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงในรูปแบบของกราฟ แผนภูมิ ตาราง หรือ Visualization รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นข้อมูลที่ซับซ้อนได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ในการสร้าง Dashboard จึงต้องคำนึงถึงความครบถ้วนของข้อมูลและความง่ายในการทำความเข้าใจก่อนนำไปใช้ต่อ

ทั้งนี้ ข้อมูลใน Dashboard นำมาจากหลายแหล่ง เช่น Excel, Google Sheets, CRM, ERP หรือ Database จากนั้นจะนำมาวิเคราะห์และเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอผ่าน Dashboard นั้น ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปใช้งานต่อได้

Dashboard มีกี่ประเภท?

Dashboard มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และการใช้งาน แต่ที่ได้รับความนิยมแบ่งได้ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

1. Strategic Dashboard

Strategic Dashboard เป็นเสมือนแดชบอร์ดสำหรับการวางแผนกลยุทธ์เป็นหลัก ส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อใช้ติดตามเป้าหมายหรือตัวชี้วัด (KPIs) ช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจ ติดตามผล และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่นำมาแสดง เช่น Revenue, Profit, Market Share, Financial

2. Analytical Dashboard

สร้างขึ้นเพื่อใช้วิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก สามารถเปรียบเทียบข้อมูลในอดีต วิเคราะห์แนวโน้ม และหาความเชื่อมโยงของข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ ตัวอย่างข้อมูลที่นำมาแสดง เช่น การวิเคราะห์ยอดขายหรือข้อมูลลูกค้า 

3. Operational Dashboard

Operational Dashboard เป็นแดชบอร์ดสำหรับการติดตามการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ แสดงผลแบบภาพรวม เหมาะสำหรับทีมปฏิบัติการที่ต้องเห็นสถานะเรียลไทม์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือจัดการงานต่อได้ เช่น Dashboard การติดตามคำสั่งซื้อ, Dashboard การติดตามสถานะขนส่ง

4. Informational Dashboard 

Dashboard ประเภท Informational Dashboard จะเน้นการให้ข้อมูลทั่วไปกับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ มักจะสร้างในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนและเข้าใจง่าย เช่น Dashboard KPI ของแต่ละแผนก, Dashboard ภาพรวมการดำเนินของบริษัท

สรุปชัด ๆ Dashboard แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

ประเภท

จุดประสงค์

ผู้ใช้งาน

ตัวอย่างการใช้งาน

Strategic Dashboard

ติดตามกลยุทธ์และ KPI

ผู้บริหาร

ติดตามรายได้, กำไร, ข้อมูลทางการเงิน

Analytical Dashboard

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

Analyst/Manager

แนวโน้มยอดขาย, วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

Operational Dashboard

ติดตามการทำงานภาพรวม

ทีมปฏิบัติการ

สถานะคำสั่งซื้อ, สถานะการผลิต

Informational Dashboard

สื่อสารข้อมูล

พนักงาน/ผู้เกี่ยวข้อง

KPI ของบริษัท, ข้อมูลประกาศสำคัญ

5 เหตุผล ทำไม Dashboard สำคัญต่อธุรกิจยุคนี้

1. เปลี่ยนข้อมูลซับซ้อนให้เข้าใจง่าย

Dashboard จะช่วยเปลี่ยนข้อมูล ผ่านการแปลงข้อมูลดิบที่ซับซ้อนมาวิเคราะห์สู่รูปแบบของข้อมูลที่เข้าใจง่ายในรูปแบบของกราฟ แผนภูมิ หรือตาราง ไม่จำเป็นต้ององนำข้อมูลดิบทั้งหมดมาวิเคราะห์ด้วยตนเอง

2. ตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเสนอให้เข้าใจง่ายแล้ว ย่อมทำให้ผู้ใช้งาน ตลอดจนระดับผู้บริหารสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เช่น เห็นว่ายอดขายใดต่ำกว่าเป้าหมาย ตัดสินใจวางแผนแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว 

3. ติดตามและวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำ Dashboard เป็นการรวบรวมข้อมูลสำคัญ นอกจากจะช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ สามารถติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินงานได้อย่างแม่นยำ

4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระหว่างทีม

เมื่อแต่ละฝ่ายทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันแล้วจะช่วยลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการสื่อสาร ลดการเข้าใจผิดเรื่องข้อมูล เห็นภาพรวมทิศทางเดียวกัน และช่วยให้ฝ่ายอื่น ๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้โดยง่าย

5. สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล

การนำเสนอข้อมูลผ่าน Dashboard คือการสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล ซึ่งมีความแม่นยำสูง ลดความผิดพลาด ลดความเสี่ยง และยกระดับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น

ตัวอย่างการใช้ Dashboard ในองค์กร

หลาย ๆ แผนกในองค์กรสามารถนำ Dashboard ไปปรับใช้ให้เหมาะสมได้ เช่น

  • Sales Dashboard: ติดตามยอดขาย จำนวนคำสั่งซื้อ หรือวิเคราะห์สินค้าขายดีและแนวโน้มในอนาคต
  • HR Dashboard: ติดตามจำนวนพนักงาน อัตราการลาออก การขาดงาน หรือลางาน
  • Marketing Dashboard: ใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญ เช่น จำนวน Leads, Conversion Rate และ Traffic
  • Finance Dashboard: ติดตามรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร และข้อมูลการเงิน

5 เครื่องมือทำ Dashboard สวย ๆ ยอดนิยมมีอะไรบ้าง?

ในยุคปัจจุบันการทำ Dashboard นั้นง่ายและสะดวกกว่าเดิม โดยเครื่องมือที่นิยมนำมาสร้างแดชบอร์ดมีดังนี้

1. Microsoft Power BI

Microsoft Power BI ถือเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยม เนื่องจากใช้งานง่าย มีฟังก์ชันให้เลือกใช้หลากหลาย สามารถแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนจำนวนมากให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้อย่างง่ายดายผ่าน Visualization ในรูปแบบ Interactive  สามารถดูฟังก์ชันการใช้งานและตัวอย่าง Dashboard สวย ๆ จาก Power BI Dashboard ได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของ Microsoft

2. Excel Dashboard

อีกหนึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมคือ Microsoft Excel เนื่องจากสร้าง Dashboard ได้ง่าย เป็นเครื่องมือองค์กรหรือทีมที่มีข้อมูลอยู่ในรูปแบบ Spreadsheet อยู่แล้ว แต่เหมาะสำหรับข้อมูลที่ไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถสร้าง PivotTable และ PivotChart หรือจะเพิ่มลูกเล่นอย่าง Slicer และ Timeline ก็ได้อีกด้วย

3. Tableau

เครื่องมือในการสร้างแดชบอร์ด สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น Google Sheet, Excel และอื่น ๆ ลากวาง สร้างกราฟ หรือรวมกราฟเป็น Dashboard เดียวกันเพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมและใช้งานแบบ Interactive นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกงานและแชร์ข้อมูลให้ผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ดูได้เช่นกัน

4. Looker Studio

Looker Studio เป็นเครื่องมือสร้าง Dashboard ฟรีจาก Google สามารถเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากเครื่องมืออื่น ๆ ของ Google ได้ง่าย สามารถเลือกเทมเพลตได้อย่างหลากหลายตามความเหมาะสม ที่สำคัญคือสามารถใช้งานฟรีได้ผ่าน Google Account สามารถดูตัวอย่าง Dashboard สวย ๆ ฟรีผ่านเว็บไซต์

5. สร้าง Dashboard ด้วย AI

ปัจจุบันมีเครื่องมือ AI หลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน สามารถเข้ามาช่วยงานในหลายขั้นตอน เช่น วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล, ช่วยเขียนสูตร, สร้าง Query, ช่วยเลือก Visualization หรือช่วยสร้างต้นแบบ Dashboard ทั้งนี้ แนะนำให้เลือกใช้งานให้เหมาะสมและตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนออีกครั้ง

ถ้ามี Copilot แล้ว Power BI ยังจำเป็นไหม?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาใช้ Copilot และ Vibe Coding ในการสร้าง Dashboard กันมากขึ้น เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า เพียงป้อนคำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติว่าต้องการ Dashboard แบบไหน AI ก็สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สร้าง Visualization และพูดคุยเพื่อปรับแก้ Dashboard ได้ตามต้องการ

แม้จะสะดวกและรวดเร็ว แต่ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Copilot, Vibe Coding หรือ AI อื่น ๆ ก็จะต้องตรวจสอบข้อมูลและผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลจำนวนมาก ต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และต้องการควบคุมความถูกต้องของ Dashboard ดังนั้น AI อาจช่วยให้สร้าง Dashboard ได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว Power BI ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องนำ Dashboard ไปใช้งานจริงในองค์กร

5 หลักการสร้าง Dashboard สวย ๆ ใช้งานง่ายมีอะไรบ้าง?

อย่างไรก็ดี การสร้าง Dashboard จะต้องคำนึงถึงข้อมูลที่ครบถ้วน ความง่ายต่อการนำไปใช้ต่อ ตลอดจนความสวยงาม โดยสามารถเริ่มต้นสร้างด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

1. ทำความเข้าใจผู้ใช้งานแดชบอร์ดและกำหนดเป้าหมาย

การทำความเข้าใจผู้ใช้งาน Dashboard ว่าผู้ใช้งานเป็นใคร ต้องการดูข้อมูลอะไร ใช้เพื่อทำอะไร จะช่วยให้กำหนดเบื้องต้นได้ว่าต้องสร้างแดชบอร์ดไปในทิศทางไหน ก่อนจะกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

2. จัดกลุ่มข้อมูลและเนื้อหา

ส่วนใหญ่แล้วข้อมูลที่จะนำมาสร้างแดชบอร์ดนั้นมักมีความซับซ้อนและมีจำนวนมาก ดังนั้น ในการสร้าง Dashboard จึงจำเป็นจะต้องจัดกลุ่มข้อมูลหรือความเกี่ยวข้องของเนื้อหานั้น ๆ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ลำดับเนื้อน่าสนใจ สื่อสารได้อย่างตรงประเด็น และเข้าใจง่าย

3. หลีกเลี่ยงการตกแต่งหรือใส่ข้อมูลเกินความจำเป็น

แม้ว่าหลายคนจะชื่นชอบ Dashboard สวย ๆ แต่ในบางครั้งหากตกแต่งมากเกินไปหรือใส่ข้อมูลที่มากเกินความจำเป็นจะส่งผลมองข้ามใจความสำคัญหรือเข้าใจข้อมูลคลาดเคลื่อนไปได้ ทางที่ดีควรเลือกข้อมูลเฉพาะที่ตอบโจทย์

4. ปรับรูปแบบให้เหมาะสม

การเลือกใช้รูปแบบในการนำเสนอข้อมูลก็เป็นอีกหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากข้อมูลแต่ละแบบต่างมีการแสดงผลที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นได้ เช่น ตารางเหมาะสำหรับข้อมูลที่ต้องการดูรายละเอียด, กราฟเส้นเหมาะสำหรับแนวโน้มเวลา, กราฟแท่งเหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูล

5. เลือกใช้สีและตัวอักษรที่เหมาะสม

การเลือกใช้สีที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความสบายตาและน่าสนใจในการอ่านข้อมูลได้ โดยอาจจะเลือกใช้สีเข้ม ไฮไลต์ข้อความ หรือตัวอักษรใหญ่ หากต้องการเน้นความสำคัญเป็นพิเศษ หากเป็นเนื้อหาหรือข้อความทั่วไปก็อาจเลือกใช้สีอ่อนหรือตัวอักษรที่เล็กลง หรือการเลือกใช้สีแดง สื่อถึงสีแดงเชิงลบ และสีเขียวสื่อถึงเชิงบวก

ไขข้อสงสัย Dashboard กับ Report ต่างกันอย่างไร

Dashboard คือการนำข้อมูลมาสรุปและนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายในหนึ่งหน้า เน้นการแสดงผลในรูปแบบกราฟ แผนภูมิ หรือตาราง เพื่อให้เห็นภาพรวมหรือใจความสำคัญ ในขณะที่ Reports นั้นเน้นการรายงานข้อมูลที่มีความละเอียดเชิงลึกและความยาวมากกว่า และแสดงผลผ่านเอกสารหรือไฟล์

สรุป Dashboard คืออะไร ทำไมสำคัญกับธุรกิจยุคนี้

Dashboard คือเครื่องมือสำหรับรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดิบหรือข้อมูลที่มีความซับซ้อนจำนวนมาก ก่อนนำเสนอข้อมูลสำคัญให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวม ติดตามผลการดำเนินงาน และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หลักการสร้าง Dashboard ที่ดีต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานและรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสมร่วมด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Dashboard ต้องใช้โปรแกรมอะไรในการสร้าง?

การสร้าง Dashboard สามารถทำได้ด้วยหลายเครื่องมือ เช่น Excel, Power BI, Tableau, Looker Studio หรือแม้แต่การใช้ AI สร้าง Dashboard ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวก

Dashboard คือเครื่องมือสำคัญที่สามารถประยุกต์และปรับใช้ได้ในหลาย ๆ ธุรกิจ ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่