Dynamics 365 Business Central (BC) คืออะไร? สรุปฟีเจอร์ล่าสุด 2026

Dynamics 365 Business Central คือ โปรแกรม ERP จาก Microsoft ซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (SMB) อ่านฟีเจอร์เด่น พร้อมเรื่องน่ารู้ได้ที่นี่
รู้จัก Dynamics 365 Business Central (BC) คืออะไร
Table of Content

Dynamics 365 Business Central คือ โปรแกรม ERP จาก Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง มาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้บนฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน Dynamics 365 Business Central (BC) ถือเป็นหนึ่งในระบบ ERP ที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้น ๆ ในประเทศไทย ทั้งนี้ก็เพราะมีฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจหลายอย่าง บทความนี้ ทีมงาน Quick Transformation จะพาไปทำความรู้จัก Microsoft Dynamics 365 Business Central (BC) กันให้มากขึ้น โดยสรุปฟีเจอร์น่ารู้ พร้อมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ ดังนี้

รู้จัก Dynamics 365 Business Central คืออะไร?

Dynamics 365 Business Central (BC) คือ หนึ่งในโปรแกรม ERP จาก Microsoft ซึ่งพัฒนาต่อยอดระบบมาจาก Microsoft Dynamics NAV ทำหน้าที่เป็นโซลูชันที่รวบรวมการทำงานหลากหลายรูปแบบไว้ในระบบเดียว จุดเด่นของฟีเจอร์นี้ คือ ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดกลางที่กำลังขยายตัวทางธุรกิจ

ปัจจุบันโปรแกรม ERP มีหลายแบรนด์ให้เลือกใช้ แต่ Dynamics 365 Business Central (BC) เป็นหนึ่งในระบบ ERP จาก Microsoft ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เพราะนอกจากฟีเจอร์การใช้งานที่ตอบโจทย์แล้ว ยังเชื่อมต่อกับ Microsoft 365 ที่คนไทยนิยมใช้ได้อย่างไร้รอยต่อ

Deep dive into Microsoft Dynamics 365 Business Central with a summary of new features in 2026

6 โมดูลหลักของ Dynamics 365 Business Central (BC) มีอะไรบ้าง

Microsoft Dynamics 365 Business Central ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างครบวงจร เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำบนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งโมดูลหลักที่ครอบคลุมการทำงานแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

กลุ่ม Back Office

กลุ่ม Back Office เป็นเสมือนรากฐานของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ควบคุมธุรกิจและการเงิน ช่วยให้การเงินและการปิดงบเป็นระบบเดียวกัน

  • Financial Management ครอบคลุมงานบัญชีทั้งหมด ข้อมูลทางการเงินจะเชื่อมโยงกับธุรกรรมจริงของธุรกิจ
  • Reporting & Analytics ช่วยแปลง Data ให้เป็น Insight ผ่านรายงานแบบ Self-service และ Dashboard ที่ปรับแต่งได้เอง ซึ่งสามารถติดตามผลได้โดยไม่ต้องรอรายงานย้อนหลัง

กลุ่ม Operations

ดูแลการดำเนินงาน ซัพพลายเชน และการผลิต เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อ การจัดการสินค้า ไปจนถึงการวางแผน และการผลิต

  • Supply Chain Management ดูแลการจัดซื้อ การคุมสต็อก การกระจายสินค้า และการจัดการซัพพลายเออร์ ช่วยให้การเคลื่อนไหวของสินค้าเป็นระบบเดียวกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
  • Operations & Manufacturing Management รองรับการพยากรณ์ความต้องการ การวางแผนการผลิต กำลังการผลิต และคลังสินค้า เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนและทรัพยากรให้สอดคล้องกับแผนงานจริง

กลุ่ม Front Office

กลุ่มการขาย บริการ และการบริหารโครงการ กลุ่มนี้ช่วยเชื่อมโยงการทำงานของทีมที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากที่สุดเข้ากับข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงาน

  • Sales Management บริหารกระบวนการขายทั้งหมด ลดความซ้ำซ้อนระหว่างฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี
  • Project Management เหมาะกับธุรกิจที่ทำงานแบบโครงการ ช่วยวางแผนกำลังคน งบประมาณ และต้นทุน พร้อมติดตามผลการดำเนินงาน

อัปเดตฟีเจอร์เด่นใน D365 Business Central ที่ควรรู้ในปี 2026

Dynamics 365 Business Central มาพร้อมฟีเจอร์เด่น เช่น

  • ระบบบัญชีและการเงิน รองรับการจัดการบัญชี ภาษี ตลอดจนรายงานการเงิน
  • ดูแลและจัดการสินค้าในคลัง สามารถติดตามปริมาณสินค้า ต้นทุน ควบคุมสต็อก หรือการเคลื่อนไหวของสินค้า
  • บริหารระบบการขายและลูกค้า เช่น สร้างและจัดการใบเสนอราคา ติดตามสถานะลูกค้า
  • ทำงานร่วมกับ Microsoft 365 ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • ใช้งานง่าย รองรับการทำงาน 47 ภาษา กว่า 160 ประเทศ
  • รองรับการบริหารข้อมูลด้าน ESG อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ในปี 2026 ทาง Microsoft ยังคงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องตามเทคโนโลยี เทรนด์ธุรกิจ และข้อกำหนดใหม่ ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจ โดยวางแผนเปิดตัวสู่ตลาดในเดือนเมษายน -กันยายน 2026 มีภาพรวมดังนี้

  • ก้าวสู่ยุค AI ด้วย Copilot ซึ่งนำมาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ จัดการข้อมูล แนะนำ ค้นหา วิเคราะห์ ตอบคำถาม ตลอดจนสรุปรายงาน สามารถจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างครบวงจรมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ทีมงานในองค์กรโฟกัสกับเรื่องสำคัญแทนได้
  • Dynamics 365 Business Central Version 2026 รอบที่ 1 เตรียมอัปเดตใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ระบบมีความเสถียร ลดงานซ้ำ เพิ่มความแม่นยำ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะปลอดภัย
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและซัพพลายเชน โดยปรับปรุงทั้งการว่าจ้าง การผลิตและจัดส่งที่ซับซ้อน ตลอดจนการผสานรวมกับ Shopify
  • ปรับปรุงต่อเนื่องในด้านการกำกับดูแล การบริหาร รายงาน ตลอดจนการปรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้เข้ากับท้องถิ่น และปรับกฎหมายให้สนับสนุนองค์กรที่ดำเนินการข้ามภูมิภาค

เปรียบเทียบ D365 Business Central vs D365 Finance & Operations ต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP ของ Microsoft Dynamics 365 แบ่งเป็น 2 ระบบ ได้แก่ D365 Business Central และ D365 Finance & Operations ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นใช้งานอาจเกิดความสงสัยได้ว่าทั้ง 2 ระบบแตกต่างกันอย่างไร ทีม Quick Transformation สรุปข้อมูลเปรียบเทียบมาให้สั้น ๆ ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบDynamics 365 Business CentralDynamics 365 Finance & Operations (D365 F&O)
เหมาะกับธุรกิจขนาดใดธุรกิจ SME และองค์กรขนาดกลางองค์กรขนาดใหญ่ หรือบริษัทมหาชนที่มีโครงสร้างซับซ้อน
ระดับความซับซ้อนของระบบระดับความซับซ้อนปานกลาง
เน้นความคล่องตัวและการใช้งาน
ที่เข้าใจง่าย
ระดับความซับซ้อนสูง
รองรับหลายบริษัท โรงงาน และธุรกรรมจำนวนมาก
ลักษณะการใช้งานเหมาะกับการจัดการงานหลัก เช่น บัญชี การขาย สต็อก และจัดซื้อเหมาะกับการบริหารการเงิน การผลิต และซัพพลายเชนในระดับองค์กร
จุดเด่นที่เห็นชัดติดตั้งเร็ว ใช้งานง่าย และเริ่มต้นได้ไม่ซับซ้อนปรับแต่งได้ยืดหยุ่น รองรับโครงสร้างธุรกิจที่มีหลายระดับ
การรองรับการเติบโตรองรับการเติบโตอย่างเป็นขั้นตอน โดยไม่เพิ่มความซับซ้อนเกินจำเป็นรองรับการขยายธุรกิจในระดับประเทศหรือหลายประเทศ

หากลังเลว่าธุรกิจหรือองค์กรจะต้องเริ่มจากส่วนไหน สามารถเปรียบเทียบความแตกต่าง BC หรือ FO ดังนี้

  • หากต้องการระบบ ERP แบบ All-in-one ที่เริ่มต้นง่าย ควบคุมงบประมาณ และเติบโตได้อย่างเป็นระบบ → Business Central
  • หากองค์กรมีความซับซ้อนสูง ต้องการควบคุมการเงิน การผลิต และซัพพลายเชนในระดับ Enterprise → Finance & Operations

ตารางเปรียบเทียบ Dynamics 365 BC กับ Microsoft Dynamics 365 F&O ต่างกันอย่างไรบ้าง

Roadmap 5 ขั้นตอนสู่การวางระบบที่ใช้งานได้จริง

การวางระบบ ERP คือ รากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ทางทีม Quick Transformation จึงได้พัฒนากระบวนการวางระบบ ERP ตามมาตรฐานการทำงานของบริษัทที่สอดคล้องกับแนวคิด ISO เพื่อควบคุมคุณภาพและทิศทางของการดำเนินงานตั้งแต่ต้นจนจบ แบ่งขั้นตอนวางระบบ ERP ออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. Project Planning (การวางแผน) เริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของโครงการให้ชัดเจน ว่าต้องการแก้ปัญหาอะไรเป็นหลัก
  2. Analysis & Design (การวิเคราะห์และออกแบบ) มองหาจุดอ่อนของกระบวนการเดิม และออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ (To-Be Process) ให้ตอบโจทย์การทำงาน
  3. Develop & Testing (การตั้งค่าและทดสอบระบบ) ตั้งค่าระบบตามที่ออกแบบไว้ พร้อมทดสอบการทำงานในแต่ละส่วน
  4. Deployment (การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานจริง) ครอบคลุมการย้ายข้อมูล (Data Migration) และการอบรมผู้ใช้งาน
  5. Go-Live & Support (การใช้งานจริงและการดูแลต่อเนื่อง) เริ่มใช้งานระบบอย่างเป็นทางการ พร้อมมีทีมที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด

Dynamics 365 Business Central เหมาะกับใคร?

จากประสบการณ์ของทีม Quick Transformation พบว่าหลาย ๆ องค์กรที่เลือกใช้ระบบ Dynamics 365 Business Central นั้นต้องการระบบ ERP แบบ All-in-one จัดการข้อมูลและบริหารกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น Business Central จึงเหมาะกับธุรกิจในกลุ่มต่อไปนี้

  • ธุรกิจที่เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
    องค์กรที่ต้องการโครงสร้างข้อมูลการเงินที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ครบทุกขั้นตอน (Audit Trail) และรองรับการกำกับดูแลภายในอย่างเป็นระบบ
  • ธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่าย (Retail & Distribution)
    เหมาะกับองค์กรที่มีรายการสินค้าจำนวนมาก ต้องการเห็นยอดขาย สต็อก และต้นทุนในภาพเดียว และเปลี่ยนข้อมูลปฏิบัติการให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจ
  • อุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลาง (SME Manufacturing)
    โรงงานที่ต้องการควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ ด้วยสูตรการผลิต (BOM) การวางแผนการผลิต และการติดตามต้นทุนจริง เหมาะกับการเติบโตที่ต้องการมาตรฐาน แต่ไม่ซับซ้อนเกินไป
  • ธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวและเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ
    ย้ายจากระบบเดิมหรือการทำงานแบบ Manual/Excel มาสู่ ERP กลาง โดยต้องการ
    • รวมข้อมูลให้อยู่ในระบบเดียว
    • มีโมดูลพื้นฐานครบ ใช้งานง่าย ควบคุมงบประมาณได้ และปรับขั้นตอนอนุมัติให้เป็นดิจิทัล
    • มองเห็นภาพรวมยอดขาย ต้นทุน และสต็อกแบบใกล้เคียง Real-time
    • รองรับการเติบโตในอนาคตโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนเกินไป

สรุปคือ Dynamics 365 Business Central เหมาะกับองค์กรที่ต้องการทำงานบนมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร จัดการข้อมูลได้ง่าย และเป็นระบบ เพื่อให้การตัดสินใจเร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

สรุปค่าใช้จ่าย Dynamics 365 Business Central ราคาเท่าไร

ปัจจุบัน Dynamics 365 Business Central มีหลายแผน หลายราคาให้เลือกใช้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักอย่าง “จำนวนผู้ใช้งาน” และ “ความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน” โดยการประเมินงบประมาณจึงควรมองในมุมของ TCO (Total Cost of Ownership) หรือความคุ้มค่าในระยะ 3-5 ปี ประกอบด้วย

  • ค่าสิทธิ์การใช้งาน (License)
    คิดตามจำนวนผู้ใช้งานจริงในรูปแบบรายเดือน (Subscription) แบ่งตามระดับการใช้งาน เช่น Essentials หรือ Premium
  • ค่าบริการที่ปรึกษา (Implementation Fee) สำหรับการวิเคราะห์ ออกแบบระบบ ตั้งค่า และฝึกอบรมทีมงาน
  • ค่าปรับแต่งและเชื่อมต่อระบบ (Customization & Integration)
    ในกรณีที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่ใช้ทำงานภายในองค์กร เช่น POS, E-Commerce หรือระบบเฉพาะทาง
  • ค่าดูแลหลังการใช้งาน (Maintenance & Support)
    เพื่อให้ระบบอัปเดตตามเทคโนโลยีใหม่ และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ Dynamics 365 Business Central เริ่มต้นประมาณ 1,500,000-5,000,000 บาท (รวม License, Implementation, และ Support) ซึ่งหากต้องการประเมินราคา สามารถเช็กเบื้องต้นด้วยตนเองผ่านคู่มือคำนวณค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ ERP หรือรับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญจาก Quick Transformation ก็ได้เช่นกัน

การเลือกใช้ระบบ Dynamics 365 Business Central (BC) คือ การวางโครงสร้างที่รองรับการเติบโตในระยะยาว ลดความซับซ้อนจากระบบเดิม และช่วยให้มองเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น แน่นอนว่าเมื่อรากฐานและโครงสร้างถูกวางระบบไว้อย่างเหมาะสมแล้ว การขยายธุรกิจในอนาคตอย่างมั่นคงและก้าวหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก

แม้ว่าระบบ ERP จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรก้าวหน้า แต่การเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ มีความเชื่อถือ และเข้าใจทั้งระบบซอฟต์แวร์ และระบบการธุรกิจจริงก็จะช่วยให้จัดการบริหารดูแลข้อมูลและช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ ERP ได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

หากใครที่กำลังหามองระบบ ERP หรือสนใจเริ่มต้นใช้งาน Dynamics 365 Business Central โซลูชันแบบ All-in-one ที่ใช้งานง่าย ทันสมัย และรองรับการขยายตัวของธุรกิจ สามารถขอคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ Quick Transformation ได้ที่นี่

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ